ป้ายกำกับ: 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน – หลายคนที่ชอบอ่านหนังสือ หรือหาความรู้รอบตัวเพิ่มเติม คงจะชื่นชอบเรื่องราวต่างๆ ที่มีสาระ ความรู้ดีๆ ที่มีในโลก รวมไปถึงความรู้รอบตัว ความรู้รอบโลก ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาไปไขข้อสงสัยกันกับความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

1. ดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไร ?

ดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไร ? – เมื่อประมาณ 5,000 ล้านปีมาแล้ว ในจักรวาลที่ว่างเปล่าแห่งนี้ ได้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กเริ่มรวมตัวกัน เป็นบ่อเกิดของพลังงานและแสงสว่าง เมื่อฝุ่นละอองเหล่านั้นรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ได้กลายเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง และมีพลังงานอันมหาศาล และทั้งหมดนี้ก็คือจุดกำเนิดของดวงอาทิตย์ สำหรับคำถามที่ว่าดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไรนั้น ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่จากการสันนิษฐานของนักวิทยาศาสตร์ได้ระบุเอาไว้ว่า ดวงอาทิตย์ก็น่าจะมีอายุประมาณ 5,000 ล้านปี และนักวิทยาศาสตร์ยังได้คาดคะเนเอาไว้ว่า ตอนนี้ดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนอยู่ในช่วงวัยกลางคน และเมื่อใดที่ดวงอาทิตย์ไม่ส่องแสงมายังโลกของเรา ก็จะทำให้เกิดภาวะที่หนาวเย็นจัด จนทำให้ทุกสรรพสิ่งในโลกไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวลเพราะยังเหลือเวลาอีกตั้ง 5,000 ล้านปี

ดวงอาทิตย์

2. ในยามที่อากาศร้อนจัด ทำไมจึงมองเห็นน้ำคล้ายเจิ่งนองบนท้องถนน ?

ในยามที่อากาศร้อนจัด ทำไมจึงมองเห็นน้ำคล้ายเจิ่งนองบนท้องถนน ? – ในยามที่เราเดินทางไกลไปในสถานที่ ที่มีสภาพอากาศร้อนจัด สายตาของเรามักจะมองเห็นคล้ายน้ำเจิ่งนองบนพื้นถนน แต่พอเราเดินเข้าไปใกล้ๆพื้นถนนดังกล่าวกลับแห้งสนิทไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว ซึ่งนั่นเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจาก ปรากฏการณ์มิราจ ( Mirage ) ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศบริเวณใกล้ๆพื้นถนนที่เรามองเห็น ร้อนกว่าอากาศที่อยู่สูงขึ้นไป และเมื่อแสงเดินทางผ่านบริเวณที่มีอากาศเย็นมายังบริเวณที่มีอากาศร้อน ก็จะทำให้เกิดการหักเหของแสง บิดเบือนสายตาของเรา จนทำให้เราเห็นเหมือนมีน้ำเจิ่งนองอยู่บนท้องถนนนั่นเอง

อากาศร้อนจัด

3. ยอดเขาอะไรที่สูงที่สุดในโลก ?

ยอดเขาอะไรที่สูงที่สุดในโลก ? – ยอดเขาเอเวอเรสต์ ( Everrest ) ในเทือกเขาหิมาลัยได้ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 8,848 เมตร และชื่อเดิมของยอดเขาเอเวอเรสต์ก็คือ ยอดเขา โชโมลังมา ( Chomolungma ) ซึ่งเป็นภาษาทิเบต แปลว่า เทพมารดาแห่งจักรวาล  และยอดเขาแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ เอเวอเรสต์ ” ตามชื่อของนักสำรวจชาวอังกฤษ ที่มีชื่อว่า จอร์จ  เอเวอเรสต์  ที่เป็นผู้บุกเบิกการสำรวจและเป็นผู้วัดความสูงของยอดเขาแห่งนี้เป็นคนแรก 

ยอดเขาเอเวอเรสต์

4. ใครเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ?

ใครเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ? – คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกสร้างขึ้นโดย ดร. จอห์น  มอชเลย์ และ ดร. เจ.พี. เอคเกิร์ด ในปีค.ศ.1946  เพื่อใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา มีชื่อเรียกว่า ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่มีน้ำหนักมากถึง 30 ตัน มีขนาดใหญ่กว่ารถบรรทุกเลยทีเดียว แต่คอมพิวเตอร์เครื่องที่ว่านี้ ได้คำนวณผิดพลาดบ่อยครั้ง นักวิทยาศาสตร์จึงได้พัฒนาคอมพิวเตอร์รุ่นต่อมาชื่อ EDSAC และ EDVAC ซึ่งมีขนาดเล็กและเบากว่า แถมยังมีความผิดพลาดน้อย และคอมพิวเตอร์ยังได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปัจจุบัน

คอมพิวเตอร์เครื่องแรก

5. ทำไมใบไม้จึงร่วงในฤดูหนาว ?

ทำไมใบไม้จึงร่วงในฤดูหนาว ? – โดยธรรมชาติของต้นไม้แล้ว เมื่อได้รับแสงแดดก็จะมีการคายน้ำออกมาทางใบ  แต่พอถึงช่วงฤดูหนาว ความชื้นในอากาศลดลง พื้นดินเริ่มแห้งแล้ง ปริมาณน้ำก็ลดน้อยลงไปด้วย ทำให้ต้นไม้ดูดซึมน้ำจากใต้ดินได้น้อยลง แต่ถึงกระนั้นต้นไม้ก็ยังคงคายน้ำในปริมาณที่เท่าเดิม เมื่อได้รับแสงแดด พูดง่ายๆก็คือใบไม้ทำหน้าคลายน้ำในปริมาณเท่าเดิม แต่ดูดซึมน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของลำต้นได้น้อยลง เพื่อการอยู่รอดตามธรรมชาติ ต้นไม้จึงปรับสภาพโดยการลดการคลายน้ำให้น้อยลง ด้วยการทิ้งใบหรือสลัดใบออกไป โดยการปิดท่อที่เป็นทางส่งน้ำและอาหารไปที่ใบ เมื่อใบไม้ขาดน้ำและสารอาหารหล่อเลี้ยงก็จะแห้งเฉาและหลุดร่วงไป  เราจึงมักเรียกว่า “ฤดูใบไม้ร่วง” นั่นเอง

ใบไม้ร่วง

6. จริงหรือที่ว่า แมลงสามารถสื่อสารหรือคุยกันได้ ?

จริงหรือที่ว่า แมลงสามารถสื่อสารหรือคุยกันได้ ? – พฤติกรรมทางธรรมชาติของสัตว์อีกอย่างหนึ่งก็คือการสื่อสารที่มนุษย์อย่างเราไม่สามารถสื่อความหมายหรือเข้าใจได้ อย่างเช่นเมื่อผึ้งตัวหนึ่งบินไปพบเจอแหล่งน้ำหวาน มันจะทำการสื่อสารบอกพรรคพวกของมัน ให้รู้ถึงที่ตั้งของแหล่งน้ำหวานนั้น ด้วยการเต้นระบำในท่าต่างๆกัน เช่น ถ้าแหล่งน้ำหวานอยู่ในระยะไม่เกินกว่า 100 เมตร มันจะเต้นระบำเป็นรูปวงกลม แต่ถ้าแหล่งน้ำหวานอยู่ไกลกว่านั้น มันจะบินเป็นรูปเลข 8  หรือถ้ามันบินหมุนวนหลายๆรอบ ณ บริเวณจุดใดจุดหนึ่ง แสดงว่าแหล่งน้ำหวานอยู่ใกล้ๆนี่เอง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าพวกมันบินวนเพียงไม่กี่รอบแสดงว่าแหล่งน้ำหวานอยู่ไกลมาก และยังมีการเต้นระบำเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นการสื่อสารที่มีความหมายว่าแหล่งน้ำหวานที่พวกมันเจอ อยู่ไม่ไกลนั่นเอง

แมลงสื่อสาร

7. ไม้ขีดไฟทำมาจากอะไร ?

ไม้ขีดไฟทำมาจากอะไร ? – ไม้ขีดไฟตามที่เราเห็นในท้องตลาดทั่วไปนั้น เป็นการนำก้านไม้ขนาดเล็กจุ่มลงในพาราฟิน เพื่อทำให้ลุกติดไฟได้ดี แล้วจุ่มปลายอีกด้านลงในส่วนผสมซึ่งประกอบด้วยกำมะถัน เพื่อทำให้เกิดเปลวไฟ และโปรแตสเซียมคลอเรตเพื่อให้ออกซิเจน ส่วนข้างกล่องจะฉาบฟอสฟอรัสแดงทั้งสองด้าน จะเห็นว่าเมื่อเรานำหัวไม้ขีดไปขีดที่ข้างกล่อง ฟอสฟอรัสแดงจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำให้เกิดความร้อนและเปลวไฟขึ้น ทำให้หัวไม้ขีดติดไฟนั่นเอง

ไม้ขีดไฟ

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ 7 ความรู้ที่นำมาฝากกัน คงไขข้อสงสัยให้กับทุกคนได้แล้วใช่ไหมล่ะ บางข้อถึงกับอ่านไปทำเสียงอ๋อไปด้วย อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยล่ะ แล้วเราก็ยังบทความที่น่าสนใจไว้ให้ความรู้และอ่านข้ามเวลามากมายกับ รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ที่คนรักสัตว์จะต้องตื่นเต้นมากๆเพราะมีแต่สัตว์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และ เช็คลิสต์ 7 จุดเช็คอินโคราช ที่น่าไปเที่ยวสุดๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถ้าใครอยากไปพักผ่อนก็ห้ามพลาด