7 กีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็เล่นได้สบาย!

7 กีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็เล่นได้สบาย!

7 กีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็เล่นได้สบาย! -ปกติแล้วเวลาที่คนรอบตัวเราอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เรามักจะเป็นกังวลในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนตัว เพราะกลัวว่าจะมีผลกระทบกับเด็กที่อยู่ในครรภ์ เรื่องการออกกำลังกายหรอ! บอกลาไปได้เลย เพราะไม่ว่าจะออกอะไรก็มีผลกับเด็กแน่ ๆ  ใครที่กำลังคิดแบบนี้บอกเลยว่าคุณคิดผิด! เพราะความจริงแล้วคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ สามารถออกกำลังกายได้ โดยการใช้กีฬา 7 รูปแบบที่จะนำเสนอในบทความต่อไปนี้

7 กีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็เล่นได้สบาย!

1. โยคะ

โยคะ

กีฬาชนิดแรกที่คุณแม่ตั้งครรภ์เหมาะจะใช้ออกกำลังกายมากที่สุดก็คือ โยคะ ค่ะ การเล่นกีฬาโยคะจะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลาย มีสมาธิ ร่างกายได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่น แถมยังช่วยลดความเจ็บปวดในการคลอดบุตรได้ด้วยนะคะ ซึ่งกีฬาชนิดนี้เหล่าคุณแม่ดาราอย่างชมพู่-อารยา หรือคุณแม่ลิเดีย ก็ใช้เป็นประจำเลยค่ะ

2. ว่ายน้ำ

ว่ายน้ำ

กีฬาว่ายน้ำก็เป็นกีฬาอีกชนิด ที่ช่วยคุณแม่ออกกำลังกายได้ดีมาก ๆ เพราะน้ำช่วยพยุงร่างกาย การขยับเขยื้อนอวัยวะต่าง ๆ ทำได้อย่างนุ่มนวล ลดการกระแทก หรือการฉีกขาดของกล้ามเนื้อได้แทบจะ 100% แถมการว่ายน้ำยังใช้เป็นการออกกำลังกายของเด็กอ่อน และผู้สูงอายุได้ด้วย ที่สำคัญการออกกำลังกายด้วยกีฬาว่ายน้ำ จะช่วยให้คุณแม่ทั้งหลายมีหุ่นที่ฟิตแอนเฟิมหลังคลอดบุตรได้ด้วยค่ะ

3. แอโรบิค

แอโรบิก

คุณแม่ที่เคยเต้นแอโรบิคเป็นประจำก่อนมีครรภ์ ก็ยังสามารถออกกำลังกายด้วยกีฬาชนิดนี้ได้อย่างต่อเนื่องเลยค่ะ แต่ต้องพยายามเลือกท่าเบสิก ๆ ที่ไม่เน้นช่วงท้องมากนัก หรือเต้นในจังหวะเพลงไม่เร็วจนเกินไป เหนื่อยก็พัก หรือไม่ต้องถึงขนาด T25 เอาแค่ได้ยกแขนยกขา หมุนเอวช้า ๆ โดยจะถือดัมเบลสักโลสองโลพ่วงมาด้วยก็ได้ค่ะ

4. ปั่นจักรยาน

ปั่นจักรยาน

สำหรับการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ไม่ใช่ว่าเอาจักรยานทั่วไปมาปั่นนะคะ แบบนั้นจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์คุณแม่ได้แน่นอน แต่การปั่นจักรยานที่จะแนะนำวันนี้ เป็นการปั่นจักรยานในฟิตเนสเท่านั้นค่ะ เพราะจักรยานในฟิตเนสเป็นการปั่นอยู่กับที่ และไม่มีทางเกดอุบัติเหตุ หรือหากไม่อยากเข้าฟิตเนส จะปั่นในรูปแบบของจักรยานอากาศก็ทำได้เช่นกันค่ะ

5. ยกเวท

ยกเวท

กีฬาออกกำลังหายสำหรับคุณแม่มีครรภ์รูปแบบต่อมา ขอแนะนำเป็นการยกเวทเลยค่ะ แต่แนะนำเฉพาะคุณแม่ที่ก่อนตั้งครรภ์ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้วเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่เคยยกเวทเลยแล้วมาเล่น แบบนั้นอาจจะเป็นอันตรายกับทั้งคุณแม่และเด็กในครรภ์ได้ ส่วนคุณแม่ที่ไม่เคยยกเวทมาก่อน แต่อยากเล่นกีฬารูปแบบนี้มาก ๆ ขอแนะนำให้ลองไม่เคยยกดัมเบลเล่นไปก่อนจะดีกว่าค่ะ แต่ถึงกระนั้นการยกเวทก็ช่วยให้คุณแม่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง คลอดบุตรง่าย แถมยังฟื้นตัวได้เร็วมาก ๆ ด้วยนะคะ

6. เดินเล่น

เดินเล่น

การออกกำลังกายรูปแบบ 6 สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่มีอะไรยากเลยค่ะ แค่คุณแม่พาน้องน้อยในท้องออกไปสูดอากาศข้างนอก ด้วยการเดินเล่นสัก 20 – 30 นาทีต่อวัน เท่านี้ก็เป็นการออกกำลังกายขั้นเบสิกได้แล้ว โดยแรก ๆ อาจจะลองลองเดินสักครึ่งกิโลเมตร แบบสาวก้าวยาว ๆ หลังตรง เงยหน้ามองตรง จะเดินเฉย ๆ หรือจะพาน้องหมาไปเดินเล่นด้วยก็ได้ รับรองว่าได้ออกกำลังกายแบบเหงื่อซึมนิด ๆ เลือดลมไหวเวียนดี ช่วยย่อยอาหาร และที่สำคัญอารมณ์ดีขึ้นมากเลยล่ะค่ะ ยิ่งเดินตอนเช้าๆ หรือช่วงเย็น ๆ จะยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ

7. เต้นรำ

เต้นรำ

กีฬาเต้นรำก็เป็นกีฬาอีกแบบที่กำลังมาแรงมาก ๆ แถมยังเป็นกีฬาที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถใช้ออกกำลังกายได้ด้วย คุณแม่ท่านไหนที่กำลังเป็นขาแดนซ์ และมีฝีมือการเต้นลีลาศ ลองเปิดเพลงที่ชอบ แล้วชวนพ่อมาเปิดฟลอร์ออกสเต็ปเต้นรำในบ้านกันดูบ้างก็ได้นะคะ แต่ควรเลือกจังหวะที่ไม่เร็วจนเกินไป และการสะบัดตัวก็ไม่ต้องแรง หรือวัดเวียนเหมือนจะไปแข่งขันที่ไหน เอาแค่พอได้ก้าวเท้า หรือหมุนตัวเบา ๆ ก็พอ นอกจากจะได้ออกกำลังกาย ได้ผ่อนคลายไปกับการฟังเพลงแล้ว ยังได้รอยยิ้มเสียงหัวเราะ และได้สานสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้นอีกไปอีกด้วยค่ะ

กีฬา 3 ชนิดที่คุณแม่ตั้งครรภ์ใม่ควรเล่นเด็ดขาด

1. วิ่ง

คุณแม่ต้องงดการวิ่งในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์ โดยเริ่มตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์เลย พราะขนาดท้อง ขนาดหน้าอก อาจเป็นอุปสรรคในการวิ่ง อีกทั้งแรงกระแทกขณะวิ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับความกระทบกระเทือน ที่สำคัญยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้หากไม่ระวัง

2. ท่าออกกำลังกายทุกชนิดที่เกรงหน้าท้อง หรือผาดโผนมากเกินไป

ซิทอัพ สะพานโค้ง หรือหกสูง ตีลังกาล้อเกวียน ต้องงดทั้งหมดนะคะ

3. กีฬาทุกประเภทที่ต้องวิ่ง และผาดโผนจนเกินไป

เทนนิส ปีนผาจำลอง เซิร์ฟบอร์ด เป็นกีฬาที่คุณแม่ต้องห้ามเด็ดขาด เพราะกีฬาเหล่านี้หากผิดพลาดขึ้นมา จะส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์ทันทีค่ะ

ทราบกีฬาที่เล่นได้ และไม่ควรเล่นระหว่างตั้งครรภ์ไปแล้ว คุณแม่ทั้งหลายก็สามารถเลือกไปออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อได้เลยนะคะ

อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่า ประเทศไทยของเรามีสมุนไพรมากมาย ที่มีส่วนช่วยรักษาอาการป่วยต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ และประโยชน์ของสมุนไพรก็ไม่ได้มีดีแค่กับมนุษย์เท่านั้น แต่สัตว์เองก็สามารถรับประโยชน์จากยาสมุนไพรได้ด้วย บทความเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงวันนี้ จึงขอนำเสนอ 7 สุมนไพรที่ช่วย รักษาอาการสัตว์เลี้ยง ส่วนสมุนไพรทั้ง 7 จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม การเล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways โดยสล็อตแบบนี้จะเพิ่มสัญลักษณ์พิเศษและคุณสมบัติโบนัสมากมายเพื่อให้เกมน่าสนใจยิ่งขึ้น ถ้าเทียบกับสล็อตแบบดั้งเดิมแล้ว Win Both Ways น่าดึงดูดมากกว่า

การเล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways

การเล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways

การเล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways – การเล่นสล็อตออนไลน์ทั่วไปนั้น จะมีระบบการชนะแบบที่ถ้ามีสัญลักษณ์ที่ตรงกันจะได้เงินรางวัลก็ต่อเมื่อเรียงจากซ้ายไปขวาและบ่อยครั้งที่ผู้เล่นพลาดรางวัลใหญ่เพียงเพราะสัญลักษณ์ลงบนวงล้อสุดท้าย นักพัฒนาเกมได้พบทางออกที่ง่าย โดยเพิ่ม Win Both Ways เข้าไป สล็อตที่ผู้เล่นสามารถชนะจากซ้ายไปขวาและจากขวาไปซ้าย

ถ้าคุณชอบเล่นสล็อตออนไลน์ก็จะเจอ Win Both Ways บ่อยๆ โดยสล็อตแบบนี้จะเพิ่มสัญลักษณ์พิเศษและคุณสมบัติโบนัสมากมายเพื่อให้เกมน่าสนใจยิ่งขึ้น ถ้าเทียบกับสล็อตแบบดั้งเดิมแล้ว Win Both Ways น่าดึงดูดมากกว่า

การเล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways

Win Both Ways คืออะไร ?

1. Paylines แบบมาตรฐาน

เกมสล็อตพื้นฐานที่สุดประกอบด้วยวงล้อหมุน 3 วงและเพื่อที่จะได้รับเงินผู้เล่นจะต้องได้รับสัญลักษณ์ที่ตรงกันสามสัญลักษณ์ในเส้นแนวนอนกลางที่ข้ามทั้งสามวงล้อ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Paylines และเป็นส่วนพื้นฐานที่สุดของการเล่นสล็อตออนไลน์ อย่างไรก็ตามเกมส่วนใหญ่มี 5 วงล้อที่มีสัญลักษณ์ 3 หรือ 4 ตำแหน่งในแต่ละเกม 5 × 3, 5 × 4 และอื่น ๆ Win Both Ways ช่วยให้สามารถจ่ายเงินได้มากขึ้น ไม่เพียงแค่แนวนอน แต่ยังรวมถึงเส้นทแยงมุมเช่นเดียวกับเส้นที่โค้งงอและโค้งตามรูปร่างและรูปแบบที่แตกต่างกัน อาจมีซิกแซกรูปตัว V และ W เป็นต้นความหลากหลายของ Paylines ในเกมสล็อตต่างๆ

2. โครงสร้างของ Win Both Ways

เล่นสล็อตออนไลน์แบบ Win Both Ways เมื่อสร้าง winning combinations เป็นไปตามทั้งสองทิศทางและสามารถเริ่มจากวงล้อซ้ายสุดหรือขวาสุด เกมเหล่านี้เรียกอีกอย่างว่า win both ways slot และความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างพวกเขากับเกมแบบดั้งเดิมคือทิศทางของ winning combinations

เล่นสล็อตออนไลน์ที่ 168slotxo.com

ข้อดีและข้อเสียของ Win Both Ways

1. การเล่นสล็อตออนไลน์ที่น่าสนใจ

สล็อตที่มีกลไกที่ไม่เป็นทางการมักจะน่าเล่นกว่าเกมแบบดั้งเดิมหลายร้อยเกมซึ่งมักจะแยกไม่ออกจากกัน แม้ว่าการชนะทั้งสองวิธีจะเล่นสล็อตแบบเดียวกับสล็อตที่มีช่องจ่ายเงินมาตรฐานจากซ้ายไปขวา แต่ก็ดูเหมือนและให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้นนักพัฒนาเกมยังได้คิดค้นวิธีต่างๆมากมายในการปรับปรุงการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก Win Both Ways มักจะมีสัญลักษณ์พิเศษ เช่นเดียวกับรอบโบนัสฟรีสปินและอื่นๆ ในทางกลับกันสล็อตบางประเภทประเภทนี้มีคุณสมบัติพิเศษที่จำกัดเท่านั้นที่ติดตั้งไว้เพื่อชดเชยระบบการจ่ายเงินที่ได้รับการปรับปรุง ผู้เล่นควรตรวจสอบข้อมูลที่มีเกี่ยวกับเกมก่อน อาจจะทำให้เจอการ เล่นสล็อตออนไลน์ ที่น่าเบื่อ

2. ค่าใช้จ่าย

บ่อยครั้งที่นักพัฒนาซอฟแวร์ชดเชยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของวิธีที่จะชนะโดยการปรับการจ่ายเงินรางวัลผันผวนและต่ำสุดและสูงสุดเดิมพันสล็อตเป็นผลให้เกมเหล่านี้อาจไม่น่าตื่นเต้นและให้ผลกำไรอย่างที่ควรจะเป็น การชนะจะน้อยลงชุดค่าผสมจ่ายน้อยลงและคุณต้องวางเดิมพันสูงกว่าในเกมส่วนใหญ่ สิ่งนี้ใช้ไม่ได้กับทุกเกมที่มีระบบ Win Both Ways แน่นอน นี่คือเหตุผลที่ผู้เล่นควรพิจารณากฎและตารางการจ่ายเงินของสล็อตอย่างละเอียดก่อนเริ่มเล่น ค่าใช้จ่ายในการเล่นสล็อตออนไลน์ดังกล่าวอาจไม่คุ้มค่า

3. เป็นสองเท่าในการชนะ

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนของการเล่นสล็อตเหล่านี้คือคุณมีวิธีที่จะชนะได้มากขึ้นสองเท่า หรือเพื่อให้ดูเหมือนว่า คุณลักษณะสองทางช่วยให้ผู้เล่นสามารถทำคะแนนชนะได้ทั้งสองทิศทาง ในขณะที่อยู่ในสล็อตมาตรฐานสัญลักษณ์จับคู่สามตัวในสามวงล้อสุดท้ายจะไม่ให้รางวัลอะไรเลยพวกเขาจะนำมาซึ่งการจ่ายเงินในการชนะสล็อตทั้งสองทาง นี่เป็นประโยชน์อย่างแน่นอนในการเล่นสล็อตออนไลน์เนื่องจากในกรณีส่วนใหญ่หมายความว่าผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัลมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตามการเล่นสล็อตออนไลน์ตามคุณสมบัติ Win Both Ways ไม่ได้เพิ่มจำนวน Paylines เป็นสองเท่า ใช่ผู้เล่นอาจมีโอกาสชนะมากขึ้น แต่จะได้รับเงินรางวัลสูงสุดต่อบรรทัดจากซ้ายไปขวาและจากขวาไปซ้ายเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าชุดค่าผสม 5 สัญลักษณ์จะถูกนับและจ่ายเพียงครั้งเดียวแม้ว่าในทางเทคนิคควรทำหน้าที่เป็นสองคอมโบแยกกันที่ปรากฏบน Paylines เดียวกัน นอกจากนี้เมื่อเราตีชุดค่าผสมที่สั้นลงพร้อมกับ wild ที่ปรากฏในรีลที่ 2, 3 หรือ 4 ในบรรทัดเดียวกันเราจะได้รับเฉพาะการจ่ายเงินที่มากขึ้นแทนที่จะเป็นการจ่ายสองรางวัลที่แตกต่างกัน

ชนะแบบ Win Both Ways ดีกว่าสล็อตทั่วไป

1. ราคาต่อรองและผลตอบแทนที่คาดหวัง

ตามที่อธิบายไว้ข้างต้นการชนะสล็อตทั้งสองวิธีไม่แตกต่างจากเกมที่มี Paylines แบบมาตรฐาน เมื่อพูดถึงอัตราต่อรองและเปอร์เซ็นต์ RTP อย่างไรก็ตามกลไกและการออกแบบที่แท้จริงของแต่ละเกมนั้นไม่ค่อยมีการประกาศต่อสาธารณะซึ่งแตกต่างจากผลตอบแทนและความผันผวนของสล็อต ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบอัตราต่อรองและความน่าจะเป็นของสล็อตที่แน่นอน

2. Hit Frequency

นักพัฒนาเกมบางรายเปิดเผย Hit Frequency ของสล็อตที่พวกเขาทำ นี่เป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้ผู้เล่นเห็นว่าเกมจ่ายเงินบ่อยเพียงใด เมื่อจับคู่กับเปอร์เซ็นต์ RTP แล้ว Hit Frequency เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่าเกมนั้นน่าเล่นหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วการเล่นสล็อตออนไลน์ ควรมี Hit Frequency ที่สูงขึ้นโดยที่ทุก ๆ การหมุนวงล้อครั้งที่สามจะเป็นการชนะ แน่นอนว่าเพื่อให้เกมมีความสมดุลมากขึ้นการชนะบ่อยขึ้นเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อจ่ายน้อยกว่าในสล็อตทั่วไป

บทความที่น่าสนใจที่เราจะแนะนำมาเอาใจคนชอบดูหนังสักหน่อยกับ TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา

TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา ควรค่าแก่การดู

TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา ควรค่าแก่การดู

TENET ภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟชั้นเลิศ ที่เล่นกับทฤษฏีย้อนเวลา ผสมความเป็นหนังสายลับ และไซไฟอิงวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จนชวนให้ใครต่อใครมึนงง ด้านผู้กำกับอย่างคริสโตเฟอร์ โนแลน แนะนำว่า “อย่าพยายามเข้าใจ จงใช้ความรู้สึก” ในการเสพภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น เวลา คือสิ่งที่กำหนดโชคชะตา, เมื่อ 2 สายลับนิรนาม (รับบทโดย John David Washington และ Robert Pattinson) รับภารกิจ ตามล่าหาความจริงเพื่อหยุดยั้งสิ่งที่เกิดขึ้นอันเลวร้ายในโลกอนาคต ไปดูกันว่า TENET นั้นจะน่าดูขนาดไหน

TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา ควรค่าแก่การดู

                เรื่องราวของภาพยนตร์ TENET  ด้วยความเป็นลูกผสมของหนังสายลับและไซไฟ ในส่วนพาร์ทสายลับต้องบอกว่ามันก็คือหนังสายลับที่มีเรื่องราวไม่ได้ต่างจากเดิมเสียเท่าไหร่ แต่โนแลนใช้รูปแบบการนำเสนอในแบบเฉพาะของตัวเอง และ ความไซไฟอิงวิทยาศาสตร์มาสร้างความแตกต่างให้กับในส่วนนี้ ซึ่งก็ด้วยความไซไฟ-วิทยาศาสตร์นี่แหละ เลยอาจจะมีบางช่วง ทำเอาคนดูงงไปเสียบ้าง เพราะหนังจะพ่นคำศัพท์วิทยาศาสตร์ที่ชวนเข้าใจยากสักหน่อยออกมาเป็นระยะๆ

                TENET เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องของโนแลนที่เกี่ยวข้องกับเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่โนแลนด์มักหยิบยกมาใช้เป็นองค์ประกอบในงานของเขา ตั้งแต่หนังแจ้งเกิดอย่าง Memento จนถึงผลงานล่าสุดอย่าง Dunkirk ผสมผสานกับความชื่นชอบและหลงใหลในหนังสายลับจารชน James Bond 007 ของตัวโนแลน และบ่มเพาะพัฒนาบทนานกว่าเกือบ 1 ทศวรรษ จนกลายเป็น TENET ที่พาผู้ชมไปตื่นตากับ หนังสายลับแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอาย James Bond ควบคู่ไปการท้าทายทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการย้อนเวลา

TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา ควรค่าแก่การดู

                โนแลนเองต้องการให้ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นสมจริงมาก ถึงกับไปขอคำปรึกษาจากศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์เพื่อให้บทพูดและเนื้อเรื่องออกมาสมจริง แต่โนแลนจะบอกใบ้ผ่านประโยคปรากฏในตัวอย่าง “Don’t try to understand it. Feel it” (อย่าพยายามทำความเข้าใจมัน ใช้ความรู้สึกซะ) เพราะบางทีถ้าคุณมัวแต่คิดจะทำความเข้าใจทฤษฏีบางข้อ คุณก็อาจจะตกรถพลาดเนื้อหาสำคัญอื่นๆ ของเรื่องไปจนหมดก็เป็นได้

สำหรับงานภาพที่โนแลนก็ยังคงเลือกใช้การถ่ายทำทั้งหมดผ่านกล้องฟิล์ม  IMAX 70mm ,Panavison 70mm ที่เขาไว้ใจ มีการใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบย้อนกลับที่สร้างความฮือฮามาแล้วใน Memento รับประกันงานภาพขั้นเทพโดยฝีมือ โฮยเตอ ฟัน โฮยเตอมา ผู้กำกับภาพผู้ผ่านการทำภาพยนตร์ไซไฟร่วมกับโนแลนมาแล้วใน  Interstellar และ หนังสายลับอย่าง 007 Spectre

นอกจากยังคงไว้ลายถ่ายด้วยกล้องฟิล์มแล้ว โนแลนก็เป็นอีกหนึ่งผู้กำกับที่ พยายามจะถ่ายทำแบบใช้  CG ให้น้อยที่สุดเพื่อสร้างความสมจริง ไม่ว่าจะเป็นฉากแอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่อย่างฉากทำลายเครื่องบินโบอิ้งที่โผล่ออกมาในตัวอย่างซึ่งมันทำออกมาได้อลังการงานสร้างมากๆ ไม่นับรวมฉากต่อสู้ ที่ผ่านการดีไซน์ออกมาได้น่าสนใจ โดยเฉพาะฉากต่อสู้แบบย้อนกลับที่เป็นจุดขายพอได้ดูจริงๆ ก็ต้องร้องว้าวออกมา เพราะเป็นที่แปลกใหม่ไม่เคยเห็นในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน น่าจะกล่าวได้เลยว่านี่เป็นหนังของโนแลนที่มีฉากต่อสู้ที่ดุเดือด และน่าจดจำที่สุดก็ว่าได้

TENET หนังสายลับที่เล่นกับเวลา ควรค่าแก่การดู

ทางด้านงานดนตรี แม้ว่าโนแลนจะเสียฮานส์ ซิมเมอร์ นักประพันธ์คู่บุญไปให้กับ Dune ของเดนิส วิลล์เนิฟ แต่ก็ได้ ลุดวิก โยรันส์สัน นักประพันธ์ไฟแรงเจ้าของรางวัลออสการ์ จากภาพยนตร์ The Black Panther มาทำดนตรีประกอบให้ ซึ่งลุดวิก ก็สามารถรังสรรค์ดนตรีประกอบที่เร่งเร้าอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยมตั้งฉากเปิดเรื่องไปจนถึงฉากสุดท้าย

ข้อติคือดูเหมือนโนแลนอาจจะลงแรงในการนำเสนอด้าน Visual และการถ่ายทำไปมากเกินสักนิด  ทำให้ตัวละครซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของโนแลนอาจจะมีตกหล่นในด้านมิติการจับต้องได้ไปบ้าง โชคยังดีที่ได้การแสดงอันมีสเน่ห์ของเหล่านักแสดงนำที่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น “ตัวเอก” อย่าง จอห์น เดวิด วอชิงตัน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเด็นเซล วอชิงตัน หลังจากที่ได้รับเสียงชื่นชมจากภาพยนตร์อินดี้อย่าง The Black มาคราวนี้เขาได้รับบทนำและแสดงออกมาได้น่าจดจำ

รวมไปถึงเคมีที่ลงตัวกับ โรเบิร์ต แพทตินสัน ในบทคู่หูสุดกวนที่มีสเน่ห์แพรวพราว อลิซาเบธ เดบิคกี้ ในบทบาทที่สุดแสนดราม่าและน่าเห็นใจ บทตัวร้ายชาวรัสเซียที่โหดเหี้ยม ทารุณ และแย่งซีนเป็นช่วงๆ ของ เคนเน็ธ บรานาห์ (ที่เป็นคนอังกฤษ) รวมไปถึงพลังของเหล่านักแสดงสมทบอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น แอรอน เทเลอร์ จอห์นสัน ในบทบาทนายทหารสุดล่ำจนตอนดูอาจจะมีสงสัยว่านี่ใช่พ่อ ควิกซิวเวอร์ จริงๆ เหรอ และ การปรากฏตัวเพียงไม่กี่วินาทีแต่สร้างอิมแพคสำคัญของภาพยนตร์ โดยนักแสดงคู่ขวัญของโนแลนอย่าง คุณปู่ ไมเคิล เคน

คำแนะนำในการดูภาพยนตร์เรื่อง TENET อย่างแรกเลย ก็ตามที่นักวิทยาศาสตร์ Barbara (Clémence Poésy จาก Harry Potter) บอกในหนังและในเทรลเลอร์ นั่นก็คือ “Don’t try to understand it. Feel it.” หรือพูดง่ายๆ คือ อย่าคิดเยอะ อย่าใช้สมองเยอะ ใช้แค่ความเชื่อ/ความรู้สึก เพราะถ้า ณ ขณะรับชม เรามัวแต่คิดตามทุกอย่าง พยายามจับผิดหาช่องโหว่ หรือไปพยายามเข้าใจมันทุกดีเทล โดยเฉพาะหลักการฟิสิกส์ต่างๆ เพราะมันจะทำให้เรายิ่งหลุดจากเรื่องราวต่อๆ ไปของหนัง แล้วจะยิ่งงงไปกันใหญ่

ขั้นตอนการฝาก-ถอนสล็อตออนไลน์ง่ายๆ เรื่องที่หลาย ๆ คนสงสัย แต่ไม่รู้จะไปหาข้อมูลเชิงลึกจากไหน คงจะเป็นเรื่องของการแจ้งฝาก-ถอนสล็อตออนไลน์ สำหรับผู้เล่นที่ไม่เคยใช้บริการคาสิโนออนไลน์ หรือไม่เคยเล่นเกมออนไลน์ใด ๆ เลย รวมถึงสล็อตด้วย สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับการฝากและถอนได้จากเนื้อหาในวันนี้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ววิธีการแจ้งฝาก-ถอน จะทำออกมาในลักษณะคล้าย ๆ กัน

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน – หลายคนที่ชอบอ่านหนังสือ หรือหาความรู้รอบตัวเพิ่มเติม คงจะชื่นชอบเรื่องราวต่างๆ ที่มีสาระ ความรู้ดีๆ ที่มีในโลก รวมไปถึงความรู้รอบตัว ความรู้รอบโลก ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก วันนี้เราจะพาไปไขข้อสงสัยกันกับความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่เคยรู้มาก่อน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

ไขข้อสงสัย กับ 7 ความรู้รอบตัวที่หลายๆ คนไม่รู้มาก่อน

1. ดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไร ?

ดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไร ? – เมื่อประมาณ 5,000 ล้านปีมาแล้ว ในจักรวาลที่ว่างเปล่าแห่งนี้ ได้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กเริ่มรวมตัวกัน เป็นบ่อเกิดของพลังงานและแสงสว่าง เมื่อฝุ่นละอองเหล่านั้นรวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ได้กลายเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง และมีพลังงานอันมหาศาล และทั้งหมดนี้ก็คือจุดกำเนิดของดวงอาทิตย์ สำหรับคำถามที่ว่าดวงอาทิตย์มีอายุเท่าไรนั้น ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่จากการสันนิษฐานของนักวิทยาศาสตร์ได้ระบุเอาไว้ว่า ดวงอาทิตย์ก็น่าจะมีอายุประมาณ 5,000 ล้านปี และนักวิทยาศาสตร์ยังได้คาดคะเนเอาไว้ว่า ตอนนี้ดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนอยู่ในช่วงวัยกลางคน และเมื่อใดที่ดวงอาทิตย์ไม่ส่องแสงมายังโลกของเรา ก็จะทำให้เกิดภาวะที่หนาวเย็นจัด จนทำให้ทุกสรรพสิ่งในโลกไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวลเพราะยังเหลือเวลาอีกตั้ง 5,000 ล้านปี

ดวงอาทิตย์

2. ในยามที่อากาศร้อนจัด ทำไมจึงมองเห็นน้ำคล้ายเจิ่งนองบนท้องถนน ?

ในยามที่อากาศร้อนจัด ทำไมจึงมองเห็นน้ำคล้ายเจิ่งนองบนท้องถนน ? – ในยามที่เราเดินทางไกลไปในสถานที่ ที่มีสภาพอากาศร้อนจัด สายตาของเรามักจะมองเห็นคล้ายน้ำเจิ่งนองบนพื้นถนน แต่พอเราเดินเข้าไปใกล้ๆพื้นถนนดังกล่าวกลับแห้งสนิทไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว ซึ่งนั่นเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจาก ปรากฏการณ์มิราจ ( Mirage ) ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศบริเวณใกล้ๆพื้นถนนที่เรามองเห็น ร้อนกว่าอากาศที่อยู่สูงขึ้นไป และเมื่อแสงเดินทางผ่านบริเวณที่มีอากาศเย็นมายังบริเวณที่มีอากาศร้อน ก็จะทำให้เกิดการหักเหของแสง บิดเบือนสายตาของเรา จนทำให้เราเห็นเหมือนมีน้ำเจิ่งนองอยู่บนท้องถนนนั่นเอง

อากาศร้อนจัด

3. ยอดเขาอะไรที่สูงที่สุดในโลก ?

ยอดเขาอะไรที่สูงที่สุดในโลก ? – ยอดเขาเอเวอเรสต์ ( Everrest ) ในเทือกเขาหิมาลัยได้ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 8,848 เมตร และชื่อเดิมของยอดเขาเอเวอเรสต์ก็คือ ยอดเขา โชโมลังมา ( Chomolungma ) ซึ่งเป็นภาษาทิเบต แปลว่า เทพมารดาแห่งจักรวาล  และยอดเขาแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ เอเวอเรสต์ ” ตามชื่อของนักสำรวจชาวอังกฤษ ที่มีชื่อว่า จอร์จ  เอเวอเรสต์  ที่เป็นผู้บุกเบิกการสำรวจและเป็นผู้วัดความสูงของยอดเขาแห่งนี้เป็นคนแรก 

ยอดเขาเอเวอเรสต์

4. ใครเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ?

ใครเป็นผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ? – คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกสร้างขึ้นโดย ดร. จอห์น  มอชเลย์ และ ดร. เจ.พี. เอคเกิร์ด ในปีค.ศ.1946  เพื่อใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกา มีชื่อเรียกว่า ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่มีน้ำหนักมากถึง 30 ตัน มีขนาดใหญ่กว่ารถบรรทุกเลยทีเดียว แต่คอมพิวเตอร์เครื่องที่ว่านี้ ได้คำนวณผิดพลาดบ่อยครั้ง นักวิทยาศาสตร์จึงได้พัฒนาคอมพิวเตอร์รุ่นต่อมาชื่อ EDSAC และ EDVAC ซึ่งมีขนาดเล็กและเบากว่า แถมยังมีความผิดพลาดน้อย และคอมพิวเตอร์ยังได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปัจจุบัน

คอมพิวเตอร์เครื่องแรก

5. ทำไมใบไม้จึงร่วงในฤดูหนาว ?

ทำไมใบไม้จึงร่วงในฤดูหนาว ? – โดยธรรมชาติของต้นไม้แล้ว เมื่อได้รับแสงแดดก็จะมีการคายน้ำออกมาทางใบ  แต่พอถึงช่วงฤดูหนาว ความชื้นในอากาศลดลง พื้นดินเริ่มแห้งแล้ง ปริมาณน้ำก็ลดน้อยลงไปด้วย ทำให้ต้นไม้ดูดซึมน้ำจากใต้ดินได้น้อยลง แต่ถึงกระนั้นต้นไม้ก็ยังคงคายน้ำในปริมาณที่เท่าเดิม เมื่อได้รับแสงแดด พูดง่ายๆก็คือใบไม้ทำหน้าคลายน้ำในปริมาณเท่าเดิม แต่ดูดซึมน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของลำต้นได้น้อยลง เพื่อการอยู่รอดตามธรรมชาติ ต้นไม้จึงปรับสภาพโดยการลดการคลายน้ำให้น้อยลง ด้วยการทิ้งใบหรือสลัดใบออกไป โดยการปิดท่อที่เป็นทางส่งน้ำและอาหารไปที่ใบ เมื่อใบไม้ขาดน้ำและสารอาหารหล่อเลี้ยงก็จะแห้งเฉาและหลุดร่วงไป  เราจึงมักเรียกว่า “ฤดูใบไม้ร่วง” นั่นเอง

ใบไม้ร่วง

6. จริงหรือที่ว่า แมลงสามารถสื่อสารหรือคุยกันได้ ?

จริงหรือที่ว่า แมลงสามารถสื่อสารหรือคุยกันได้ ? – พฤติกรรมทางธรรมชาติของสัตว์อีกอย่างหนึ่งก็คือการสื่อสารที่มนุษย์อย่างเราไม่สามารถสื่อความหมายหรือเข้าใจได้ อย่างเช่นเมื่อผึ้งตัวหนึ่งบินไปพบเจอแหล่งน้ำหวาน มันจะทำการสื่อสารบอกพรรคพวกของมัน ให้รู้ถึงที่ตั้งของแหล่งน้ำหวานนั้น ด้วยการเต้นระบำในท่าต่างๆกัน เช่น ถ้าแหล่งน้ำหวานอยู่ในระยะไม่เกินกว่า 100 เมตร มันจะเต้นระบำเป็นรูปวงกลม แต่ถ้าแหล่งน้ำหวานอยู่ไกลกว่านั้น มันจะบินเป็นรูปเลข 8  หรือถ้ามันบินหมุนวนหลายๆรอบ ณ บริเวณจุดใดจุดหนึ่ง แสดงว่าแหล่งน้ำหวานอยู่ใกล้ๆนี่เอง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าพวกมันบินวนเพียงไม่กี่รอบแสดงว่าแหล่งน้ำหวานอยู่ไกลมาก และยังมีการเต้นระบำเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นการสื่อสารที่มีความหมายว่าแหล่งน้ำหวานที่พวกมันเจอ อยู่ไม่ไกลนั่นเอง

แมลงสื่อสาร

7. ไม้ขีดไฟทำมาจากอะไร ?

ไม้ขีดไฟทำมาจากอะไร ? – ไม้ขีดไฟตามที่เราเห็นในท้องตลาดทั่วไปนั้น เป็นการนำก้านไม้ขนาดเล็กจุ่มลงในพาราฟิน เพื่อทำให้ลุกติดไฟได้ดี แล้วจุ่มปลายอีกด้านลงในส่วนผสมซึ่งประกอบด้วยกำมะถัน เพื่อทำให้เกิดเปลวไฟ และโปรแตสเซียมคลอเรตเพื่อให้ออกซิเจน ส่วนข้างกล่องจะฉาบฟอสฟอรัสแดงทั้งสองด้าน จะเห็นว่าเมื่อเรานำหัวไม้ขีดไปขีดที่ข้างกล่อง ฟอสฟอรัสแดงจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำให้เกิดความร้อนและเปลวไฟขึ้น ทำให้หัวไม้ขีดติดไฟนั่นเอง

ไม้ขีดไฟ

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ 7 ความรู้ที่นำมาฝากกัน คงไขข้อสงสัยให้กับทุกคนได้แล้วใช่ไหมล่ะ บางข้อถึงกับอ่านไปทำเสียงอ๋อไปด้วย อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันด้วยล่ะ แล้วเราก็ยังบทความที่น่าสนใจไว้ให้ความรู้และอ่านข้ามเวลามากมายกับ รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ที่คนรักสัตว์จะต้องตื่นเต้นมากๆเพราะมีแต่สัตว์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และ เช็คลิสต์ 7 จุดเช็คอินโคราช ที่น่าไปเที่ยวสุดๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถ้าใครอยากไปพักผ่อนก็ห้ามพลาด

รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ

รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ

รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ

รู้จักกับ Exotic pets สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ Exotic Pets เป็นกลุ่มสัตว์เลี้ยงที่มีหลากหลายประเภท เช่น นกแก้วแปลก ๆ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ , กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อย่างบุชเบบี้ ที่เป็นเหมือนลิงตัวเล็ก ๆ ก็กำลังได้รับความนิยม รวมถึงสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย , งูขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ ก็มีกลุ่มกิ้งก่า ที่เรียกว่า เบี๊ยดดราก้อน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยเรา ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ติดอันดับต้น ๆ ของโลก คือคุณภาพของสัตว์ในบ้านเรานั้น มีสีสันที่สวยงาม เป็นที่ถูกตาต้องใจของตลาดต่างประเทศ ซึ่งเราสามารถนำเข้าและส่งออก ได้อย่างถูกกฎหมาย มีการเสียภาษีถูกต้องตามข้อบังคับของไซเตส คือ กฎหมายของการซื้อขายสัตว์ และพืชพรรณระหว่างประเทศ

‘Exotic Pet’ หรือว่า สัตว์แปลก สัตว์หายาก เป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนึ่ง สำหรับคนเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบสัตว์รูปร่างหน้าตาแปลก ไม่เหมือนสัตว์เลี้ยงธรรมดาทั่วไป ซึ่งสัตว์เหล่านี้ จะได้รับอนุญาตให้สามารถเลี้ยงได้ เพาะพันธุ์และซื้อขายได้ จึงเห็นว่ามีการดัดแปลงสายพันธุ์ในกลุ่มคนรักสัตว์แปลก และซื้อขายกันได้เหมือนเราซื้อหมาแมวมาเลี้ยง บางสายพันธุ์อาจจะอินเตอร์ คือทั้งนำเข้าและส่งออก มาจากต่างประเทศก็ได้ แม้ว่าหน้าตาจะทำให้รู้สึกแปลกตาไปบ้าง แต่ว่าทว่าเมื่อวัตถุประสงค์ของสัตว์ประเภทนี้ คือ เลี้ยงไว้เพื่อความเพลิดเพลิน และช่วยคลายเหงา

สัตว์เลี้ยง Exotic Pets แต่ละตัวแต่ละชนิดมีความน่ารักแตกต่างกันออกไป เพราะเขาจะมีลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน การเลี้ยงดู หรือการดูแลก็ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น งูสวยงามที่เลี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นงูที่ไม่มีพิษ ถ้าเป็นงูขนาดเล็กจะใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยมาก ประหยัดพื้นที่ และที่สำคัญคืออาหาร งูจะกินอาหารสัปดาห์ละครั้ง ไม่ได้กินอาหารทุกวันเหมือนสุนัขและแมว ดังนั้น คนที่ไม่ค่อยมีเวลาก็สามารถเลี้ยงได้ แค่มีถ้วยใส่น้ำวางไว้ให้เขาตลอดเวลา บางคนแพ้ขนสุนัข ขนแมว Exotic Pets ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง หรืออย่างบางคนอยู่คอนโด ไม่อยากให้มีเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน งู หรือเต่า ก็ดูแลง่ายและไม่รบกวนเพื่อนบ้านด้วย

ตอนนี้มีสัตว์หลายชนิดที่กำลังได้รับความนิยม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละคน เช่น

  • กิ้งก่าเบี๊ยดดราก้อน ที่เมืองไทยเราสามารถเพาะพันธุ์ได้เอง และมีหลากหลายสีสันให้เลือกเลี้ยง ที่สำคัญขนาดไม่ใหญ่มาก และค่อนข้างเชื่อง คุ้นเคยกับผู้เลี้ยงได้ง่าย วางตรงไหนก็ไม่วิ่งหนี
  • บุชเบบี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เหมือนลิงขนาดเล็ก ตอนนี้คนก็เริ่มสนใจเลี้ยงกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีขนาดตัวที่เล็กแล้ว นิ้วของเขายังเหมือนนิ้วคน ไม่มีเล็บที่แหลมคม เวลาเกาะก็จะนิ่มๆ ไม่เจ็บ และยังมีขนที่นุ่มเหมือนกำมะหยี่อีกด้วย
  • เมียแคท สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่งที่คนนิยม เพราะเขาจะติดคนเลี้ยงมาก คนเดินไปไหนเขาก็จะเดินตาม ที่สำคัญเมืองไทยเรา สามารถเพาะพันธุ์ได้เอง
  • เต่า ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่คนนิยม เช่น เต่าบก ซูคาต้า หรืออัลกาต้า นิยมเลี้ยงเพราะเหมาะสมกับอากาศบ้านเรา เนื่องจากสายพันธุ์เขามาจากแอฟริกา

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนเริ่มเปิดใจ อยากรู้จักและอยากลองเลี้ยงสัตว์เหล่านี้กันบ้างแล้ว สำหรับคนที่เริ่มคิดจะเลี้ยง Exotic pets ให้เริ่มจากการศึกษาหาข้อมูลก่อน ซึ่งในเฟซบุ๊คตอนนี้ก็มีเพจของคนที่เลี้ยงสัตว์พิเศษเหล่านี้ ซึ่งสามารถศึกษาหาข้อมูลจากทางเพจได้เลย จะมีทั้งผู้รู้และผู้เพาะพันธุ์สัตว์พิเศษแต่ละชนิด มาแชร์ข้อมูลความรู้กัน อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจซื้อหามาเลี้ยง และเมื่อศึกษาข้อมูลแล้ว ก็ต้องดูความพร้อมของตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมเรื่องเวลา และเรื่องสถานที่เลี้ยง

เพราะสัตว์แต่ละชนิดจะมีอายุสั้น – ยาวแตกต่างกัน อย่างตัวชูการ์ไกลเดอร์ หรือกระรอกบิน ในธรรมชาติเขาอาจจะมีอายุแค่ 5 – 6 ปี เพราะเขามีศัตรูตามธรรมชาติ แต่สัตว์ทุกตัวที่เพาะเลี้ยงจะอายุค่อนข้างยืน บางตัวอายุ  9 – 10 ปี เลยทีเดียว หรืออย่างกรณีของงู ที่บางคนเลี้ยงอายุยืนถึง 25 ปี และมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งอันนี้เราก็ต้องมาศึกษาก่อน เพราะบางคนพื้นที่ไม่อำนวยในการเลี้ยงงูขนาดใหญ่ เราก็ต้องให้ความรู้ว่างูชนิดนี้มีอายุยืน ตัวโตเต็มที่ขนาด 4 – 6 เมตร แต่ถ้าเป็นงูขนาดเล็ก โตเต็มที่แค่ 1 เมตร ดังนั้นต้องดูสถานที่เลี้ยง และความพร้อมของตัวเองก่อนคิดจะเลี้ยงด้วย

สำหรับคนที่เริ่มอยากเลี้ยง แต่ไม่รู้จะไปหาแหล่งจำหน่ายที่ไหน หรือบางคนคิดจะนำสัตว์ป่าหรือสัตว์ผิดกฎหมายมาเลี้ยง ซึ่งเรื่องนี้ไม่แนะนำอย่างยิ่ง สัตว์ป่าเขาก็ควรอยู่ในป่าของเขา ดังนั้นแหล่งที่สามารถซื้อหาสัตว์  Exotic Pets แบบถูกกฎหมายและเป็นแหล่งใหญ่ของเมืองไทย ก็คือตลาดนัดสวนจตุจักร มีหลายร้านที่มีการนำเข้าอย่างถูกต้อง มีแหล่งเพาะเลี้ยงถูกต้อง สัตว์บางตัวมีการฝังไมโครชิพ สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจน

การเลี้ยงสัตว์จพวก Exotic pets นั้นอาศัยแค่ความชอบอย่างเดียวไม่พอ เพราะการที่ตุณจะตัดสินใจเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัว อยากให้เราคิดว่าเป็นการรับเอาอีกชีวิตหนึ่งเข้ามาดูแล ความเอาใจใส่ที่ไม่อาจละเลยได้ รวมไปถึงการให้เวลากับมันมาก ๆ ด้วย รู้จักสัตว์แปลกราคาแพงกันไปแล้ว มารู้จักกับสัตว์ที่มีความดุร้ายกันบ้าง 10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติม ได้ที่ : 6 พฤติกรรมน่ารู้ของชิมแปนซี

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้ จระเข้ถือเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ  ที่มีความน่าทึ่งในด้านการใช้ชีวิตหลายอย่าง แถมมันยังเป็นสัตว์ที่สร้างความตื่นเต้น ให้มนุษย์ได้ทุกครั้งที่พบเห็น แต่ตื่นเต้นในที่นี้ ไม่ใช่ดีใจที่เจอนะคะ แต่เป็นตื่นเต้นในลักษณะการตื่นกลัวมากกว่า จระเข้เม้จะเรียกได้ว่าเป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง แต่บางครั้งพวกมันก็เป็นฝ่ายที่ถูกล่าได้เช่นกัน บทความเกี่ยวกับสัตว์วันนี้ จึงขอนำเสนอ 10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้ เพื่อท่านเข้าใจพฤติกรรมต่าง ๆ ของพวกมันมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องน่ารู้ 10 ข้อ จะมีอะไรบ้าง ตามไปทำความรู้จักจระเข้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

                จระเข้ หรือ Crocodile  มีชื่อเรียกตามแบบอีสานว่า แข้ สัตว์ชนิดนี้อยู่ในวงศ์ของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ที่ใช้ชีวิตได้ทั้งบนบกและในน้ำ ลักษณะโดยรวมจะมี ส่วนปลายของหัวแผ่กว้าง แต่บางตัวก็มาในลักษณะเรียวยาว ปากเป็นรูปตัว v และ u ขากรรไกรยาวและกว้าง เมื่อหุบปากแล้วจะเห็นฟันซี่ที่ 4 ของขากรรไกรล่าง เนื่องจากขอบปากบนตรงตำแหน่งนี้เป็นรอยหยักเว้า ส่วนปลายของขากรรไกรล่างข้างซ้ายและข้างขวาเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่แคบ กระดูกเอนโทพเทอรีกอยด์อยู่ชัดกับแถวของฟันที่กระดูกแมคซิลลา  กระดูกพาลามีนมีก้านชิ้นสั้นอยู่ทางด้านหน้า

และไม่ถึงช่องในเบ้าตา พื้นผิวด้านบนของลิ้นไม่มีสารเคอราติน ต่อมขจัดเกลือบนลิ้นมีขนาดใหญ่ มีก้อนเนื้อที่ปลายปากนูนสูงที่ช่องเปิดรูจมูก  ซึ่งจะแตกต่างออกไปตามชนิดและเพศหรือขนาด โคนหางเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และแข็งแรงเรียกว่า ส่วนใหญ่จะใช้ในการฟาดเพื่อป้องกันตัว หางแบนยาวใช้เพื่อโบกว่ายน้ำ

จระเข้ จัดเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร น้อยมากที่พวกมันจะกลายเป็นอาหารเสียเอง เนื่องจากเป็นสัตว์ผู้ล่ากินเนื้อขนาดใหญ่ แถมไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ ยกเว้นจระเข้ในวัยอ่อน ที่ตกเป็นอาหารของสัตว์ขนาดใหญ่กว่าชนิด ต่าง ๆ ได้ จระเข้เมื่อตัวโตเต็มวัยจะมีพฤติกรรมกินอาหารแบบหมุนตัว หรือจับเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ขณะอยู่ใต้น้ำ และต้องการกินเหยื่อจะใช้ปากงับไว้ และหมุนตัวเองเพื่อฉีกเนื้อเหยื่อออกเป็นชิ้น ส่วนเหยื่อที่มีขนาดเล็กถูกบดให้แหลกด้วยลิ้นขนาดใหญ่ โดยใช้ลิ้นดันเหยื่ออัดแน่นกับเพดานของอุ้งปาก นอกจากนี้แล้วจระเข้ยังกลืนก้อนกรวดหรือก้อนหินเข้าไปในกระเพาะหรือลำไส้ เพื่อช่วยในการบดอาหาร ที่พวกมันกินเข้าไปด้วย

10 เรื่องที่ต้องรู้ ของจระเข้

ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบจะเข้ในเขตอบอุ่น และเขตร้อนของทุกทวีปทั่วโลก นับว่ามีจำนวนสมาชิกมากและหลากหลายที่สุดของอันดับจระเข้ ที่ยังพบคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ จระเข้แม่นำไนล์วิ่งได้เร็วถึง 30-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนประเภทของจระเข้ สามารถแบ่งออกได้ 3 สกุล ซึ่งมีด้วยกัน 14 ชนิด ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบจระเข้อาศัยบริเวณป่าริมน้ำ

หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ เพราะพวกมันหากินในน้ำเป็นหลัก บางชนิดหรือบางพื้นที่อาจพบได้ในแหล่งน้ำกร่อยหรือป่าชายเลนหรือปากแม่น้ำใกล้ทะเล ส่วนในประเทศไทยพบ 3 ชนิด คือ จระเข้บึง หรือ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis), อ้ายเคี่ยม หรือ จระเข้น้ำเค็ม (C. porosus) และ จระเข้ปากกระทุงเหว หรือ ตะโขง (Tomistoma schlegelii)

10 ต้องรู้ ของจระเข้

1.ว่ากันว่าพวกมันเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตแรก ๆ ที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ และสามารถรอดชีวิตมาจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน มาจนถึงปัจจุบัน

2. จระเข้มีอายุยืนยาว โดยระยะเวลาของการมีชีวิตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ปี จระเข้ที่มีอายุมากที่สุดในโลกเท่าที่มีการบันทึกไว้นั้น มีอายุยืนยาวถึง 115 ปี อาศัยอยู่ที่รัสเซียและเสียชีวิตไปเมื่อปี 1997

3. พฤติกรรมการอ้าปากกว้าง ไม่ได้หมายความถึงความก้าวร้าว แต่มันเป็นวิธีระบายความร้อน เพราะพวกมันหลั่งเหงื่อออกทางปากนั่นเอง

4.จระเข้จะกลืนหิน เพื่อช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร ฟันของพวกมันไม่ได้มีไว้เพื่อเคี้ยว แต่มีไว้เพื่อกัด, บีบและจับเหยื่อเท่านั้น

5.รู้หรือไม่? ว่าจระเข้ก็สามารถร้องไห้ได้เหมือนกับมนุษย์  โดยน้ำตามันจะไหลออกมาเมื่อมันกำลังกินอาหาร แต่มันเป็นแค่ปฏิกิริยาทางร่างกายเท่านั้น พวกมันไม่ได้รู้สึกเจ็บ เศร้า หรือเสียใจ หรือมีผลกับความรู้สึกต่าง ๆ เลย

6.ลูกจระเข้กว่า 99 เปอร์เซ็นต์ตายตั้งแต่ยังเด็ก ลูกจระเข้ที่เพิ่งเกิดใหม่ส่วนใหญ่จะถูกกินเป็นอาหาร โดยจระเข้ที่ตัวใหญ่กว่า

7.จระเข้มีดวงตาคริสตัล ที่สามารถสะท้อนแสงจันทร์ได้ ทำให้พวกมันสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แม้จะอยู่ในที่มืดก็ตาม

8.จระเข้บางสายพันธุ์ มีขนาดเล็กเทียบเท่ากับตัวเงินตัวทอง โดยสายพันธุ์จระเข้ที่เล็กที่สุดคือ จระเข้แคระ

9.หลายคนอาจจะไม่ทราบ ว่าจระเข้สามารถปีนต้นไม้ได้ด้วย

10.จระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นจระเข้น้ำเค็ม สายพันธุ์จระเข้ชนิดนี้เรียกว่า Crocodylus porosus สามารถพบได้ที่อินเดีย, ฟิจิ และออสเตรเลีย

นิสัยการกินอาหารของจระเข้

นิสัยการกินอาหารของจระเข้จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของการเจริญเติบโต ปกติจะเริ่มหาอาหารกินในเวลาเย็น ลูกจระเข้กินสัตว์ขนาดเล็ก กบ แมลงปอ ปู และแม้แต่ลูกน้ำยุง นิสัยการล่าชอบใช้ลำตัวและหางที่ยาวโอบล้อมเหยื่อไว้ก่อนที่จะกัดกิน ถ้าเหยื่อมีขนาดใหญ่วิธีการล่าจะเปลี่ยนเป็นการว่ายน้ำเข้าสู่เหยื่ออย่างช้าๆ

ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้างับ โดยการแกว่งปากไป งับทางด้านข้างเพราะตาของจระเข้อยู่ทางด้านข้างของส่วนหัว เมื่อเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จระเข้ขนาดเล็กจะเปลี่ยนไป กินหอยและปลา ส่วนจระเข้ที่โตเต็มที่มักชอบกินปลาเป็นอาหารหลัก แต่ บางครั้งจะกินเหยื่อขนาดใหญ่ เช่น นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือแม้แต่จระเข้ด้วยกันเองที่มีขนาดเล็กกว่า

                ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้ของจระเข้ สัตว์ใหญ่ที่อยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร แม้จะดูเป็นสัตว์ดุร้าย แต่เอาจริงแล้ว พวกมันเป็นสัตว์ที่รักความสงบมาก ๆ หากไม่มีใครไปรบกวนเวลาการพักผ่อน หรือการใช้ชีวิตของมัน มันก็ไม่มีทางที่จะทำร้ายใครแน่นอน

6 เคล็ดลับสุขภาพ ที่สร้างได้จากสิ่งรอบตัว บทความเกี่ยวกับสุขภาพในวันนี้ จะขอพาคนรักสุขภาพทุกท่าน มามองหาวิธีการสร้างสุขภาพที่ดี จากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวของเรา เชื่อไหมคะว่าเราสามารถหาประโยชน์ จากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ทุกวัน เพียงแค่บางครั้งบางคนอาจจะมองไม่เห็น

ติดตามบทความเพิ่มเติมอื่นๆได้ที่ : 4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่ ไข่! ถือเป็นอาหารที่ทุกบ้านต้องมีติดครัว ต่อให้ไม่มีแพลนจะทำอาหารเมนูไข่ แต่ก็ต้องมีไข่ไว้ไม่ให้ขาดตู้เย็น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะไข่ เป็นอาหารที่สามารถเอาไปปรับเป็นเมนูต่าง ๆ

4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่ ไข่! ถือเป็นอาหารที่ทุกบ้านต้องมีติดครัว ต่อให้ไม่มีแพลนจะทำอาหารเมนูไข่ แต่ก็ต้องมีไข่ไว้ไม่ให้ขาดตู้เย็น ทั้งนี้ก็เป็นเพราะไข่ เป็นอาหารที่สามารถเอาไปปรับเป็นเมนูต่าง ๆ ทั้งคาวและหวานได้อย่างหลากหลาย ที่สำคัญไข่ยังราคาไม่แพง แต่มีประโยชน์ทางสารอาหารในปริมาณที่ไม่น้อย เมนูไข่สามารถทำได้ง่าย ๆ แม้ในวันที่เร่งรีบก็ตาม บทวามเกี่ยวกับอาหารวันนี้ ขอพาคุณแม้บ้านทุกท่าน ไปรู้จักสูตรอาหารเช้า 4 แบบ ที่ทำง่ายมาก ๆ  จากไข่ไก่ ส่วนแต่ละเมนูจะมีอะไรบ้าง และมีขั้นตอนการทำยากง่ายแค่ไหน ตามไปดูกันเลยค่ะ

4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

1. ไข่ดาวจิ๋ว อาหารเช้าของเด็ก ๆ

เมนูอาหารเช้าจากไข่เมนูแรก ขอแนะนำเป็นไข่ดาวจิ๋วเลยค่ะ ปกติแล้วคุณแม้บ้านทั้งหลาย มักจะทำเมนูไข่ดาวเสิร์ฟบนโต๊ะเป็นประจำ แต่ไข่ดาวที่ได้ก็จะเป็นไซต์ทั่วไป ซึ่งทำให้เด็ก ๆ ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง หรือรู้สึกว่าน่ารับประทานมากกว่าเดิม แต่คุณแม่บ้านสามารถเปลี่ยนเมนูไข่ดาวแสนธรรมดา ให้ดูน่าสนใจขึ้นได้ ด้วยการทำให้มันจิ๋วลง ซึ่งวิธีการทำ มีดังนี้

ส่วนผสม ไข่ดาวจิ๋ว

  • ไข่ไก่                                      2 – 4 ฟอง (แช่แข็ง)
  • น้ำมันมะพร้าว                        เล็กน้อย
  • กล้วยหอม                              1 ลูก
  • เครื่องดื่ม (ชาร้อน)                 1 แก้ว

วิธีการทำ

  1. เริ่มจากปอกเปลือกไข่ที่แช่แข็ง จากนั้นทำการหั่นเป็นชิ้น ๆ
  2. ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะพร้าวลงไปเล็กน้อย จากนั้นใส่ไข่ลงไปทอดจนสุก
  3. ตักขึ้นมาจัดจาน เสิร์ฟพร้อมกันกล้วยหอม และชาร้อย หรือจะเสิร์ฟพร้อมข้าวก็ได้
4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

2. เมนูไข่คนชีส สุดกลมกล่อมยามเช้า

อาหารเช้าจากไข่เมนูที่ 2 ขอแนะนำเป็นเมนูไข่ชนชีสเลยค่ะ ความจริงเมนูไข่คนเป็นเมนูแสนอร่อยยามเช้าของลูก ๆ หลาย ๆ คน แต่ครั้งนี้เราจะเพิ่มความพิเศษเข้ามา ด้วยการใส่ชีสที่เพิ่มความกลมกล่อมลงไปด้วย ส่วนขั้นตอนการทำจะเป็นอย่างไร ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ส่วนผสม ไข่คนชีส

  • ไข่ไก่                                      2 ฟอง
  • มะเขือเทศสับ                         ตามชอบ
  • ต้นหอมซอย                           ตามชอบ
  • เกลือชมพู                               เล็กน้อย
  • มอสซาเรลล่าชีส                     ตามชอบ
  • น้ำมันมะพร้าว                        เล็กน้อย
  • กล้วยหอม                              1 ลูก
  • เครื่องดื่ม                                 (ชาร้อน)
  • ข้าวสุก                                    1 ถ้วย

วิธีการทำ

  1. อันดับแรกตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยเกลือตามชอบ จากนั้นตีให้แตก
  2. นำใส่มะเขือเทศและต้นหอม ผสมให้เข้ากัน
  3. ตั้งกระทะให้ร้อนด้วยไฟปานกลาง จากนั้นเติมน้ำมันมะพร้าวลงเล็กน้อย
  4. ใส่ไข่ที่เตรียมไว้ลงไปคนจนสุก
  5. โรยชีสไว้ด้านบน ปิดฝาไว้จนชีสละลาย ใช้ไฟอ่อนเท่านั้น
  6. ตักเสิร์ฟพร้อมกล้วยหอม ชา หรือข้าวสุกได้ทันที
4 สูตรอาหารเช้าสุดอร่อย ที่ทำจากไข่

3. เฟรนช์โทสต์ อาหารเช้าสไตล์ฝรั่ง

เมนูจากไข่แบบที่ 3 ที่สามารถทำทานได้ง่าย ๆ ในช่วงเวลาอันเร่งรีบอย่างตอนเช้า ต้องยกให้เมนูเฟรนช์โทสต์เลยค่ะ เมนูนี้ถือเป็นที่โปรดปรานของเด็ก ๆ อีกเมนู ซึ่งขั้นตอนการทำไม่ได้อยากแต่อย่างใด แค่คุณแม่บ้านทำตามสูตรที่แนะนำไปต่อนี้ ท่านจะได้เมนูเฟรนช์โทสต์สุดอร่อย เสิร์ฟยามเช้าแน่นอนค่ะ

ส่วนผสม เฟรนช์โทสต์

  • ขนมปังโฮลวีต                       3 แผ่น
  • ไข่ไก่                                      2 ฟอง
  • เกลือชมพู                               เล็กน้อย
  • พริกไทยดำ                            เล็กน้อย
  • นมสด                                     100 มิลลิลิตร
  • เนยเค็ม                                   เล็กน้อย
  • ผลไม้                                      ตามชอบ
  • เครื่องดื่ม (น้ำส้ม-นม)            1 แก้ว

วิธีการทำ

  1. อันดับแรกตอกไข่ใส่จาน จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือชมพูกับพริกไทยดำตามชอบ แล้วเริ่มตีให้แตก
  2. เติมนมลงไป จากนั้นคนให้เข้ากัน
  3. นำขนมปังที่เตรียมไว้ มาชุบไข่ให้ทั่วทั้ง 2 ด้าน
  4. ตั้งกระทะ ใส่เนยเล็กน้อย แล้วทอดขนมปังให้สุกทั้ง 2 ด้าน
  5. จัดจานเสิร์ฟ พร้อมกันนม หรือน้ำส้มได้เลยค่ะ
ขนมปังไข่ดาว

4. ขนมปังไข่ดาว คือความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

เมนูจากไข่เมนูสุดท้าย ที่จะแนะนำให้คุณแม่บ้านทุกคนได้รู้จัก ก็คือเมนูขนมปังไข่ดาว เมนูธรรมดา ๆ ที่ให้รสชาติไม่ธรรมดา วิธีการทำเมนูนี้ค่อนข้างง่าย เมื่อเทียบกับ 3 เมนูที่ผ่านมา ส่วนขั้นตอนการทำ และส่วนผสมในการทำ มีดังนี้ค่ะ

ส่วนผสม ขนมปังไข่ดาว

  • ไข่ไก่                                                      1-2  ฟอง
  • ขนมปังโฮลวีต                                       2 แผ่น (หรือแบบแผ่นหนา 1 แผ่น)
  • แตงกวาญี่ปุ่น (หั่นเป็นชิ้น)                   ตามชอบ
  • เครื่องดื่ม (โกโก้ร้อน)                            1 แก้ว
  • น้ำมันมะกอก                                         เล็กน้อย
  • กีวี                                                           ตามชอบ

วิธีการทำ

  1. อันดับแรก เริ่มจากการเจาะขนมปัง ให้เป็นรูปทรงที่ต้องการ อาจจะเป็นรูปหัวใจ รูปดาว หรือรูปอื่น ๆ ก็ได้
  2. ตั้งกระทะให้ร่อย ด้วยไฟขนาดปานกลาง จากนั้นใส่น้ำมันมะกอกลงไปแค่เล็กน้อยเท่านั้น เมื่อกระทะร้อนได้ที่ ให้วางขนมปังที่เจาะลงไป แล้วเทไข่ลงไปในรู ตามที่เจาะไว้ตรงกลาง
  3. ปิดฝาอบจนกว่าไข่จะเริ่มสุกได้สีสวย
  4. พอสุกให้ปิดไฟ
  5. ตักออกใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้ และนมที่เตรียมเอาไว้

เป็นอย่างไรบ้างคะ เมนูอาหารเช้าจากไข่ทั้ง 4 เมนู ทำง่ายแสนง่าย แถมยังน่ารับประทานทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ หากคุณแม่บ้านมีไข่ไก่เหลือในตู้เย็น แต่ไม่รู้จะนำมันมารังสรรค์เป็นเมนูไหน ให้น่ารับประทานมากขึ้น ลองเลือก 1 ใน 4 เมนูที่แนะนำไปได้เลยค่ะ รับรองว่าถูกอกถูกใจทั้งคุณลูก และคุณสามีอย่างแน่นอน

บทความน่าสนใจ : Baanmeawmeaw